|
| อุซเบกิสถาน |
| ดินแดนแห่งตำนานพันหนึ่งราตรี |
เรื่องโดย คุณภัทราวดี สระบัว |
|
อุซเบกิสถานตั้งอยู่ในแถบเอเชียกลางที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลจึงทำให้เป็น double landlocked country ชาวอุซเบกเป็นผู้คนที่มีอัธยาศัยไมตรียินดีที่จะต้อนรับผู้มาเยือน ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่จริงใจซึ่งจะเห็นได้จนถึงฟันที่ครอบด้วยทองในอดีตพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ได้ยึดครองดินแดนของประเทศอุซเบกิสถานเมื่อปี 367 ก่อนคริสตกาล ภายหลังดินแดนนี้ได้ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิเปอร์เซีย ก่อนจะถูกยึดครอง โดยจักรวรรดิมองโกลของเจงกีสข่าน เมื่อ ค.ศ. 1220 ในศตวรรษที่ 13 ขุนศึกชื่อ ติเมอร์ (Timur) ได้มีอำนาจเหนือมองโกลและตั้ง อาณาจักรของตนเองขึ้นที่เมือง Samarqandซึ่งติ มอร์ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ในการสร้างชาติอุซเบกิสถานในยุคปัจจุบัน เมืองซามาร์คานด์กำลังจะฉลองครบรอบ 2750 ปีช่วงปลายปีนี้ กษัตริย์อันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรซามาร์คานด์สร้างมัสยิดและวิทยาลัยอิสลามชั้นสูง หอสวด (Mosque, Madrassah, Minarets) และมหาวิหารอันสูงสง่าสวยงามและเป็นที่เก็บมหาคัมภีร์กุลอ่าน ทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นมรดกทาง วัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของโลก สถานที่สำคัญอีกแห่งคือ Registan Square จัตุรัสมหาวิหารที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าสดใส ภายในล้อมรอบไปด้วยโรงเรียนสอนศาสนา ถ้าเห็นผู้หญิงชาวอุซเบกคนไหนเขียนคิ้วเชื่อมติดกันสองข้าง หนุ่มๆอย่าได้คิดเข้าไปจีบ เพราะเค้าแต่งงานมีสามีแล้ว แต่เราลืมสังเกตุว่าถ้าผู้ชายแต่งงานแล้วจะดูยังไง เราได้เห็นที่พักแรมของกองคาราวาน (Caravanserai) สำหรับพ่อค้าที่เดินทางค้าขายบนเส้นทางสายแพรไหมและเมื่อเดินทางออกนอกเมืองซามาคานไปเมืองชาคีซับ เราเข้าใจคำว่า ทุ่งหญ้าสเตรป (streppe) เสียงเรียกร้องให้รถหยุดโดยพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย เพราะความงามของดอกป็อบปี้ที่บานแดงฉานไปทั้งทุ่ง โชดดีจริงๆ พราะดอกป็อบปี้จะบานอยู่เพียงอาทิตย์เดียวนั้น
เรามีโอกาสแวะตลาด Chorsu ซึ่งเป็นชุมทางค้าขายกันมากตั้งแต่ครั้งเส้นทางสายไหมจนถึงปัจจุบัน
สำหรับคนที่รักงานหัตถกรรม ที่อุซเบกฯมีงานผ้าปัก ที่เรียกว่า Susani หรือ Needle Work
ให้เลือกมากมายละลานตา เครื่องเงินก็สวยสุด มีเรื่องมากมายอยากจะเล่าฟัง แต่คิดว่าคุณคงอยากหาโอกาสไป เที่ยวและเห็นด้วยตาตัวเองมากกว่า |
|