Untitled Document
 
บัลแกเรีย เป็นประเทศแรกในยุโรปที่มีการตั้งถิ่นฐานของ ชนชาติและวัฒนธรรมเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อ 7,000 ปีที่แล้ว และมีชนชาติเชื้อสายที่เรียกตัวเองว่า Bulgaria มาเกือบ 3,000 ปีก่อนอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน นานมากมาย และได้คงความเป็นชาติบัลแกเรียมาได้จนถึงทุกวันนี้ นานอย่างเหลือเชื่อทีเดียว แต่ด้วยความที่ Bulgaria ถูกยึดครองจากชาติต่างๆมามาก ประวัติศาสตร์หลายอย่างจึงบันทึก อยู่เพียงในประเทศเขา Bulgaria จะเปิดประเทศแล้วในอีก 8 ปีข้างหน้า Bulgaria จะเข้าไปอยู่ในระบบเศรษฐกิจ E.U. เต็มตัว รากเหง้าหลายอย่างคงเปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวไร้สาระบางคนที่อยากจะบันทึกถึง Bulgaria ด้วยการบันทึกอย่างไม่มีระบบ บันทึกตามสายตาที่เห็น ผิวหนังที่สัมผัส ความรู้สึกที่ถูกกระทบ ณ วันนี้ ไว้ดังนี้
  • Bulgaria เป็นประเทศในยุโรปที่ไม่พบ “คนดำ” เลย มีลักษณะเป็นแขกขาวปนฝรั่ง ตัวไม่โตมาก หน้าตาไม่น่ากลัว โทรศัพท์มือถือในบัลแกเรียมีคลื่นชัดเจนเกือบ 100% ในทุกพื้นที่ของประเทศ แต่ก็ให้แปลกใจว่า ทำไมถึงไม่มีไอ ้ “เสาแดงๆ” โผล่เต็มประเทศเหมือนบางประเทศ ถามผู้รู้เขาบอกว่า เพราะเขาลงทุนเครื่องส่งที่มีประสิทธิภาพไม่มักง่าย มันก็เลยไม่ต้องมีไอ้เสาแดงๆให้รกตามากนัก
    Bulgaria แทบไม่มีร้านอาหารจีนและอาหารญี่ปุ่นเลย เดินทางอาทิตย์กว่า 2,000 กม. เจอร้านอาหารจีนไม่หรูหราอยู่ร้านเดียว ...ดงความบริสุทธิ์ที่ปิดประเทศมานานจริงๆ เพราะร้านอาหารจีน(+ญี่ปุ่น) ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดประเทศของโลก Bulgaria ก็เหมือนกับประเทศฝรั่งทั่วๆไป ที่ชุมชนจะเริ่มตั้งถิ่นฐานอยู่บนภูเขา แล้วค่อยๆขยายมาที่ราบ ซึ่งต่างกับคนอาเซีย ที่จะเริ่มตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ราบ แล้วค่อยขยายไปบนภูเขา (กรณีนี้มิได้หมายถึงนักการเมืองและนายทุนที่บุกรุกป่าสงวนนะครับ) เป็นสิ่งบอกเหตุว่า สังคมฝรั่งโบราณนั้นนิยมการรุกรานและฆ่าฟันกัน จึงต้องตั้งฐานอยู่ในที่สูงซึ่งปลอดภัยและป้องกันตัวง่าย ส่วนคนเอเชียนั้นเป็นคนรักสงบ ชิล ชิล ไม่ดุร้ายป่าเถื่อนแบบฝรั่งโบราณ
    ตามสถานที่สาธารณะจะมีหมาจรจัดเกือบทุกที่ ที่น่าสนใจก็คือหมาจรจัดท้องถิ่น Bulgaria หน้าตาเหมือนหมาไทยมากกว่าหมาฝรั่ง แถมไม่เป็นขี้เรือนเลยสักตัว พยายามตามดู ตามถ่ายรูปไปหลายสิบรูป ขยายภาพแล้วก็ยังไม่เห็นขี้เรื้อนซักตัว งงมาก อยากรู้ว่าเขาทำได้ยังไง ตามสถานที่สาธารณะจะมีหมาจรจัดเกือบทุกที่ ที่น่าสนใจก็คือหมาจรจัดท้องถิ่น Bulgaria หน้าตาเหมือนหมาไทยมากกว่าหมาฝรั่ง แถมไม่เป็นขี้เรือนเลยสักตัว พยายามตามดู ตามถ่ายรูปไปหลายสิบรูป ขยายภาพแล้วก็ยังไม่เห็นขี้เรื้อนซักตัว งงมาก อยากรู้ว่าเขาทำได้ยังไง

หมาจรจัดมีชิปติดหูทุกตัว
  • บ้าน Bulgaria จะมุงหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผาเกือบทั้งหมด มองไปจึงแดงทั้งแผ่นดิน หลังคาที่มุงจะมุงกระเบื้อง 3 ชั้น น้ำไม่มีทางผ่านเข้าหลังคาได้  เสียดายที่บ้านเก่าเกือบทุกหลัง หลังคาจะแอ่นและบิดเบี้ยวหมด วิศวกรช่างไม้โครงหลังคาของเขาอาจจะไม่ค่อยเก่ง  ก็เลยดูเมืองดูหมู่บ้านมันโทรมๆพิกล แถมคน Bulgaria ไม่ค่อยดูแลรักษาบ้าน ปล่อยร้างไว้ก็เยอะ ผุๆพังๆก็ไม่รื้อทิ้ง
  • ถนนบางสายปลูกดอกกุหลาบไว้ที่เกาะกลางถนน แข่งกันออกดอกเต็มไปหมด ถาม Guide ว่ามีคนมาเก็บไปบ้างไม๊ Guide มองกลับมาด้วยสายตาแปลกๆแล้วบอกว่า “คนบัลแกเรียมีวัฒนธรรม”  ก็เลยไม่กล้าถามอะไรเขาต่อ เพราะกลัวเขาจะถามกลับมาถึงเมืองสยามด้วยคำถามเดียวกัน
  • ถนนหนทางใน Bulgaria ยังแย่อยู่มาก ทางหลวงส่วนใหญ่ยังเป็น 2 เลนวิ่งสวนกัน นานๆถึงจะเจอแบบ 4 เลน (ไป 2  มา 2) สักที ถามเขาก็เพราะว่าเขายังไม่เปิดประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว จึงยังไม่เห็นความจำเป็นตรงนี้ อีกทั้งประเทศใหญ่โต แต่มีพลเมืองน้อยกว่าไทยเรา 9 เท่ากว่าๆ คือมีแค่ 7 ล้านคนเอง การลงทุนเรื่องถนนหนทางจึงอาจจะยังไม่จำเป็น
  • ที่น่าสนใจและเหมือนเมืองไทยของเราก็คือ เวลาเขาทำถนนใหม่ เขาจะยกถนนสูงขึ้นมาเยอะ จึงมีบ้านชาวบ้านที่ต้อง “จมดิน” ไปเหมือนเมืองไทยเลย
  • ระบบป้ายถนนของ Bulgaria นับว่าแย่ถึงแย่มาก เพราะขับรถไปตามถนนจะไม่มีหลักกิโลเมตร ไม่มีป้ายบอกทาง วิ่งกันไปหลายสิบกิโลถึงจะเจอป้ายบอกทางสักป้ายหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนขับรถที่พาไปเที่ยวจะต้อง“หลงทาง” เป็นธรรมดา ดังนั้นจะไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติคนไหนพอที่จะขับรถท่องเที่ยวใน Bulgaria ได้ นอกจากป้ายตามทางจะหายากแล้ว ภาษาที่ Bulgaria ใช้นั้นก็ใช้ภาษาแบบรัสเซีย ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ อ่านไม่ออกเอาเลย
  • อาหาร Bulgaria พอกินได้ ไม่มีกลิ่นแปลกประหลาดมารบกวน ไม่มีรสชาติแปลกลิ้นจนต้องคายออกมา  แต่อาหารซ้ำๆกัน และไม่อร่อย 55555
อาหารเหมือนๆกันหมด
  • Bulgaria ยังเป็นเมืองเกษตรกรรมอยู่ มีเรือกสวนไร่นาเต็มประเทศ ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ เหมือนเดินทางอยู่ในประเทศเพื่อนลาวของเรา เดินทางรอบประเทศบัลแกเรีย ได้ความรู้สึกเหมือนกับเดินทางจาก วียงจันทร์ ผ่านวังเวียง ไปพูคูน เลี้ยวขวาไปทุ่งไหหิน แล้ววกกลับมาหลวงพระบาง มีวิวธรรมชาติสวยงาม ผ่านภูเขา มีทะเลหมอกให้ดู มีเมืองเจริญเป็นจุดๆอยู่ห่างๆกัน
  • Bulgaria มี CASINO เต็มเมืองไปหมด เพราะเพิ่งเปิดประเทศ Guide บอกว่าเป็นการ “ฟอกเงิน หลังประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างหนึ่งของคนไม่ดีของ Bulgaria และมี CASINO บางแห่งที่ตั้งชื่อได้น่าเตะมากครับ

สถานที่พนันชื่อว่า  “BUDDHA CASINO”  ที่เมือง PLOVDIV
  • ประเทศ Bulgaria เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรอ๊อตโตมาน (ตุรกี) นานกว่า 500 ปี แต่คนบัลแกเรียยังไม่ลืมชาติตัวเอง พยายามเรียกความเป็นชาติกลับมา จนในที่สุดเมื่อไม่ถึงร้อยปีที่ผ่านมา Bulgariaก็เอาเอกราชของตัวเองกลับมาได้ถ้าเป็นเมืองไทยถูกใครยึดครองแค่ไม่กี่สิบปีก็คงลืมชาติกัน ไปหมดแล้วเพราะคนไทยหลายคนที่ใหญ่โตขึ้นมามีความสุขและความร่ำรวยอันเนื่องมาจากการขายชาติขายสัมปทานขายแผ่นดินมากเกินไปหรือเปล่าหว่า

รูปสลักนักรบโบราณ  Bulgaria ที่หน้าผาหิน   มีหมาบัลแกเรียวิ่งช่วยรบตามหลังนายนักรบของมัน

  • ถามคน Bulgaria เขาว่า ทำไมตั้ง 500 ปี คนบัลแกเรียถึงยังจำชาติตัวเองได้ (เป็นเวลาในเมืองไทยก็ประมาณตอนต้นอยุธยา มาถึงปัจจุบันนี้) คนบัลแกเรียตอบว่า เพราะเขามี “วัด” ดี  หลวงพ่อคอยสั่งสอนให้รักษาชาติเอาไว้ จากรุ่นสู่รุ่น กว่า 20 รุ่น ก็ยังคงรักษาชาติไว้ได้ พระของเขาเป็นคนดีอยู่ในศีลในธรรม ไม่ทำของขลังขาย ไม่มั่วสีกา ไม่สร้างลัทธิใหม่ ไม่บ้าทำโบสถ์ใหญ่โต หรือทำธูปยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก พระของเขาจะสั่งสอนแต่สิ่งดีๆ และรักษาชนชาติเอาไว้นั่นเอง

ภาพวาดสวยในวัดเก่าของ Bulgaria ส่วนใหญ่เป็นวัดไม่ใหญ่โตอลังการ เป็นนิกายโอโธด๊อกทั้งสิ้น

  • แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป ความรักชาติของคนบัลแกเรียก็อาจจะเปลี่ยนไป
    อย่างเช่น Bulgaria นั้นมีกฎหมายห้ามคนต่างชาติซื้อที่ดิน
    แต่เอาเข้าจริงก็เหมือนบางประเทศ ที่ผู้มีอิทธิพลจะร่วมมือกับต่างชาติซื้อขายที่ดินแบบผิดกฎหมาย เพราะระบบทุนนิยมนั้นมันไม่เข้าใครออกใครจริงๆเลย จึงมีป้ายโฆษณาค้าขายอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทต่างชาติเปิดขายโจ๋งครึ่มมากเลย

ป้ายโฆษณาขายอสังหาริมทรัพย์ของ Bulgaria โดย bg-properties.co.uk บริษัทจากประเทศอังกฤษ

  • เพราะการเติบโตด้านอสังหาริมทรัพย์มากเกินจำเป็นของ Bulgaria โดยต่างชาตินี้เอง ทำให้บัลแกเรีย ที่เป็นประเทศเกษตรกรรม และ อุตสาหกรรมขั้นต้น  จึงเจอกับวิกฤติพิษ Sub Prime ตามอเมริกันไปตามระเบียบ ประชาหน้าเหลืองแห้งกันเป็นแถว เพราะติดโรค Sub Prime จากนานาประเทศเข้าไป ซึ่งทำให้ประชากร Bulgaria ที่ทำการเกษตรหรือใช้แรงงานอย่างมีความสุข เกิดความทุกข์ขึ้นในสิ่งที่ตนเองไม่รู้เรื่องและไม่ได้เป็นคนทำ
Taxi ของ Bulgaria จะเป็นสีเหลืองทั้งหมด ไม่มีสีอื่นเลย ห้ามมีลายด้วย แต่เจ้าของ taxi
ก็พยายามให้เป็นสีเหลืองที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จึงมีสีเหลืองที่หลากหลาย ตั้งแต่เหลือทอง
เหลือออกเขียว เหลืองออกส้มเป็นต้น ความน่าสนใจก็คือ TAXI ของเขาไม่เคยออกมาปิดถนน
ปิดสี่แยก ปิดวงเวียนถนนสาธารณะเลย .... แปลกไม๊หว่า
  • เพราะ Bulgaria มีทั้งที่ราบ ทั้งภูเขา และทั้งทะเล (Black Sea) ก็พบความเหมือนกับเมืองไทยในสมัยก่อนว่า
    เมืองริมน้ำ คนริมทะเล จะมีฐานะดีกว่าคนพื้นราบและคนภูเขา แต่วัฒนธรรมที่ล้ำลึกโบราณนั้นจะอยู่ที่ภูเขาและพื้นราบมากกว่าทะเล
  • Black Sea ทะเลดำ ทะเลที่มีชื่อเสียงของ Bulgaria หาดทรายไม่สวย  แต่รู้สึกถึงความลึกลับชัดเจน
  • ชนบทของ Bulgaria จะต้มเหล้าเหมือนคนไทยเรา ถือเป็นทีเด็ดของประเพณีท้องถิ่นแต่ละแห่ง แต่อีกไม่นานก็ต้องเลิกเพราะหากเข้าในกลุ่ม E.U. จะต้องมีการควบคุมคุณภาพและสุขภาพหล้าท้องถิ่นดีๆก็จะต้องหายไปเหมือนเมืองไทยเหมือนกัน ไม่ได้ซีเรียสเรื่องสุรายาเมา แต่น่าคิดเรื่องของประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่จะต้องหายไปเรื่อยๆด้วยระบบวัตถุนิยมโลกาภิวัตน์ครับ

ดอกไม้ริมทางในหมู่บ้านต้มเหล้าเถื่อน
  • ตามเมืองต่างๆของ Bulgaria มีสวนสาธารณะมากมายเหมือนประเทศในยุโรป สวนใหญ่บ้างเล็กบ้าง สวยบ้างไม่สวยบ้าง มีคนมาเดินเล่นนั่งเล่นกันเป็นธรรมดา ที่แตกต่างกับบางประเทศแถวๆเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็คือ
  • เต้นท์รถมือสองของบัลแกเรียจะไม่อยู่ในเมืองแบบเมืองไทย แต่จะขายอยู่กลางทุ่งชานเมือง จอดรถกันทีละหลายร้อยคัน แล้วมีซุ้มเล็กๆเป็นสำนักงานขาย รถส่วนใหญ่มี 2 grade คือแบบแพงไปเลยเช่น Benz BMW Audi เป็นต้น ส่วนอีกกลุ่มก็จะเป็นรถเล็กราคาถูกๆไปเลย รถเล็กมาจากเกาหลีและญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ ส่วนรถเล็กยุโรปก็จะเป็นรถเก่า ถึงเก่ามาก และเก่ามากๆ

สำนักงานซุ้มขายรถเก่ากลางทุ่ง ที่บางแห่งตกแต่งโดยเอารถเก่าไปจอดไว้บนหลังคา เท่และแปลกดี

  • ตอนนี้พวก Mega Store อย่างพวกแมคโคร Lotus เทสโก้ ยังไม่เข้าไปบุก Bulgaria จึงยังมีร้าน ค้าท้องถิ่นเล็กๆน่ารักอยู่ในทุกชุมชน ส่วนพวก Fast Food นั้นก็เห็นแต่แมคโดนัลอยู่เจ้าเดียว ไม่เห็น Pizza Hut หรือ KFC เลย และเจ้า Mc นั้นก็เป็นร้านที่อยู่บนทางหลวงเสียส่วนใหญ่ (ตามจุดพักรถ) ในเมืองก็ยังไม่ค่อยมี คุยกับคน Bulgaria บางคน เขาก็เหมือนอยากจะได้พวก Mega Store นี้มาอยู่เหมือนกัน เขาบอกว่ามันสะดวกดี และเป็นการแสดงถึงความทันสมัยอย่างหนึ่ง เข้าใจว่าอีก 8 ปี เมื่อเขาเข้า EU เต็มตัวแล้ว คงจะยกขบวนกันมาอย่างแน่นอน ถึงวันนั้น อย่ามาบ่นก็แล้วกันว่า ร้านชุมชนพันปีของเขาหายไปไหนหมดหว่า

ร้านแมคโดนัลที่เหมือนกันทั้งโลก
  • การบริการของ Bulgaria ยังไม่ได้มาตรฐานเหมือนประเทศคอมมูนิสเก่าทั่วๆไป ค้าขายไม่ค่อยเก่งแบบคนจีนแน่นอน ดังนั้นเวลาเราเห็นป้ายอะไรที่บอกว่า 24 Hours Service ก็อย่าไปเชื่อ เพราะเขาจะปิดร้านหรือปิดสถานที่บริการตามใจเขา ถามคนว่าทำไมเป็นแบบนี้ เขาก็ตอบว่า ป้ายก็ติดเอาไว้อย่างนั้นเอง  อย่าไปซีเรียส ดังนั้นถ้า Bulgaria จะทำเป็นประเทศท่องเที่ยว คงจะต้องเหนื่อยอีกเยอะ
  • คน Bulgaria ชอบ “ร่ม” มาก หมายถึงร่มใหญ่ๆที่เอาไว้นั่งกลางแดดปิกนิกกัน ที่สนามบ้านเกือบทุกหลังจะมีร่มปิกนิกปักอยู่ แม้แต่พวกระเบียง Balcony ตามตึกสูงๆก็ยังปีกร่มกันโดยทั่วไป ดูแล้วก็แปลกดีเหมือนกัน คุยกับคน Bulgaria เขาตอบได้น่าสนใจว่า “ทำให้เกิดความรู้สึกถึงการมีพื้นที่ของตัวเอง เหมือนกับเป็นการสร้าง Private Space เพื่อสร้างโลกส่วนตัวของตัวเอง อีกทั้งยังเป็นการบังแดที่มาตามมุมเฉียงๆได้ด้วย ก็เลยถามเขาต่อว่าเอาร่มไว้ที่สูงๆ ไม่กลัวลมพายุพัดมาหรือ เขาตอบแบบมั่นใจว่า “ไม่กลัว” ครับ คิดลึกๆก็ทราบว่า เป็นการบริหารพื้นที่ส่วนตัวที่น่าสนใจทีเดียว

ร่มที่ระเบียงโรงแรม
  • ช่างประปาสุขาภิบาลของ Bulgaria น่าจะเป็นช่างที่ยังขาดความรู้และขาดความชำนาญพอควรเลย เข้าพัก 5 โรงแรม ปรากฏว่าห้องน้ำรั่วมีน้ำนองพื้นหลังอาบน้ำเสีย 3 โรงแรม  อาศัยความเป็นหมอบ้าอยากรู้ค่อยๆตรวจสอบ พบว่า 2 โรงแรมยาซิลิโคนที่ขอบอ่างไม่เรียบร้อย ส่วนอีกหนึ่งแห่งข้อต่อท่อระบายมีปัญหา .... และพบว่า “โถฉี่”  ของ Bulgaria ตั้งระดับสูงกว่าปกติ ถ้าใครสูงไม่ถึง 170 ซม. จะใช้ลำบากมาก (คนบัลแกเรียไม่ใช่ฝรั่งตัวสูงนักหนา) หรือว่าพฤติกรรมของผู้ชายบัลแกเรียจะเขย่งเท้าขณะยืนฉี่ก็ไม่ทราบได้ครับ
  • ส้วมสาธารณะหลายแห่งใน Bulgaria มีการออกแบบที่เคารพสิ่งแวดล้อมเหมือนญี่ปุ่นและประเทศในยุโรปทั่วไป ออกแบบและทำสภาพแวดล้อมไม่แปลกแยกจากสถานที่โดยรอบ สะอาดและไม่แปลกแยก เมืองไทยเราน่าจะเอามาเป็นตัวอย่างบ้างก็น่าจะดีครับ

ส้วมสาธารณะใน สวนสาธารณะ

ส้วมสาธารณะใน โบราณสถาน
  • Bulgarian มีประเพณีผูกข้อมือผูกเสี่ยวแบบชาวอีสานและชาวล้านนาไทย ทุกวันที่ ๑ มีนาคม เขาจะมีประเพณีผูกเสี่ยวผูกข้อมือแก่กันและกัน เป็นด้ายสีแดงๆมัดกัน แล้วเขาก็เอาด้ายมงคลเหล่านี้ไปผูกให้ต้นไม่ด้วย เพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตแข็งแรง และเตือนใจชาวบ้านให้ช่วยกันรักษาต้นไม้นั้น
  • ตามข้างถนนหลวงก็เหมือนเมืองไทยเรา จะมีชาวบ้านมาตั้งแผงชั่วคราวแบกะดิน เอาพืชผักผลไม้ในสวนตัวเองมาขาย คนขายส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ถามเขาว่าทำไมคุณตาคุณยายไม่เป็นคนขาย(เหมือนบ้านเรา) เขามองหน้านิดๆ แล้วตอบว่า... “I love to help them” ยอดเยี่ยมก็หน้าแตกไปเลย
  • เดินทางทั่วประเทศบัลแกเรีย ไม่พบการก่อสร้างที่ใช้ “พื้นสำเร็จ” เลย ส่วนใหญ่เป็นพื้นเทกับที่ทั้งหมด เป็นระบบ เสา-คาน เป็นส่วนใหญ่ ถามคนพื้นถิ่นเขา เขาก็นึกไม่ออกว่าเป็นอย่างไร เขาไม่รู้จักว่าพื้นสำเร็จที่เราพูดถึงคืออะไรครับ
บทสรุป Bulgaria Trip…. “BULGARIA เนปาลแห่ง EU” 
  • ที่ผมจั่วหัวเรื่องเล่าไว้ว่า.... “BULGARIA เนปาลแห่ง EU”   นั้นก็เพราะรู้สึกส่วนตัวว่าทั้ง ๒ ประเทศนี้มีความคล้ายกันจริงๆ  เป็นตัวแทนของเมืองมีเสน่ห์และน่าสนใจของทวีปยุโรปและทวีปอาเซีย ลองเปรียบเทียบทั้งสองประเทศนี้ดูนะครับ
  • ทั้งสองประเทศเป็นประเทศที่มีสถานที่โบราณได้รับ UNESCO มากมาย และสถานที่เหล่านั้นคือสถานที่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนใหญ่ยังใช้การอยู่ สถานที่อยู่ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างกลมกลืน และประเทศมีงบประมาณในการบำรุงรักษาให้อลังการไม่มาก เวลาเดินเข้าไปในโบราณสถานเท่านั้น จะรู้สึกได้ถึง “ชีวิตในอดีต” ที่ยังเปลี่ยนแปลงไม่มาก

  • ทั้งสองประเทศมี “นักรบรับจ้าง” ที่มีชื่อเสียง  ที่เนปาลมี “ทหารกูรข่า” ที่เป็นนักรบรับจ้างที่มีชื่อเสียง มีความกล้าหาญและซื่อสัตย์ รบเก่ง ไม่กลัวตาย  ส่วนที่บัลแกเรียมี “นักรบแทรเชียน Thracian” ที่เป็นนักรบรับจ้างแต่โบราณ กล้าหาญ รบเก่ง ไม่กลัวตาย มาแต่โบราณหลายพันปี จนกระทั่งยุคใหม่ คนบัลแกเรียก็เป็นนักรบและนักปฏิบัติการฆ่ารับจ้างของโซเวียตที่มีชื่อเสียงมาก ในโลกนี้มีเพียง ๒ ประเทศนี้ที่มีนักรบรับจ้างอยู่

  • ทั้งสองประเทศแม้จะมีทหารรับจ้างอยู่ แต่เป็นประเทศที่เป็นมิตรกับคนทั่วไป ถึงหน้าตาอาจจะดูเฉยๆไร้ความรู้สึกทั้งคู่ แต่พอเข้าไปติดต่อพูดคุย ประชาชนของทั้งสองประเทศมีความเป็นมิตรมากกว่าหลายๆประเทศรอบๆตัวเอง

  • ทั้งสองประเทศเป็นประเทศที่นับถือและเคร่งครัดในศาสนายิ่ง การปฏิบัติศาสนกิจเป็นสิ่งปกติชีวิตประจำวัน   วัดและศาสนสถานเป็นสถานที่ให้คน “ได้คิด และ ยั้งคิด” เสมอ

  • ทั้งสองประเทศมีคำสอนและความเชื่อเรื่องการเกิดและการตาย เหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ เขาเชื่อว่า “การเกิดนั้นโชคร้ายเพราะต้องมาลำบาก แต่การตายนั้นเป็นโชคดีที่ได้ใช้กรรมหมดแล้ว ไปมีชีวิตที่สบายแล้ว” เป็นต้น

  • ทั้งสองประเทศเป็นประเทศเกษตรกรรม ที่ยังชีวิตด้วยการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ มีความเชื่อและความผูกพันกับธรรมชาติอย่างมาก

  • ทั้งสองประเทศมีเทือกเขาและภูผามากมาย ถนนทางไม่สะดวก แต่คนเขาไม่มีทุกข์มาก

  • ทั้งสองประเทศยังมีเศรษฐกิจล้าหลังในทวีป และยังไม่เปิดประเทศเต็มที่ ยังมีความบริสุทธิ์มากอยู่ แม้ลัทธิวัตถุนิยมจะเรียกว่า “ล้าหลัง” ก็ตาม

  • ทั้งสองประเทศมีความภาคภูมิใจในตัวเองว่าเป็นประเทศที่มีชนชาติมายาวนานหลายพันปี ไม่ใช่ประเทศที่เกิดขึ้นใหม่ มีความรักชาติเงียบๆไม่แหกปาก แต่มั่นคงมาก

  • ทั้งสองประเทศมีความแตกต่างกันอย่างเดียวที่รู้สึกโดยตรงได้คือ...เนปาล เรียกเมืองไทยว่า “ไทยแลนด์”บัลแกเรีย เรียกเมืองไทยว่า “ไทยวัน หรือ ไต้หวัน” เพราะ Bulgaria ไม่มีตัวอักษร L จะออกเสียงตัว L เป็นตัว W หรือตัว V ดังนั้นเวลาจะพูด Thailand ก็จะกลายเป็น Taiwan แทน .... ก็เลยถามเขาว่า แล้วเรียกไต้หวันว่าอะไร เขาก็บอกว่า

    THAILAND จะเรียกว่า TAIWAN
    TAIWAN    จะเรียกว่า TAIWAN the Island เป็นความน่าสนใจของความหลากหลายทางชนชาติและวัฒนธรรมจากการเดินทางครับ
B U L G A R I A   



N E P A
  • วัดใหญ่กลางเมืองหลวง Bulgaria และ เจดีย์ใหญ่กลางเมืองหลวง Nepal ความรู้สึกเหมือนกัน ต่างกันเพียงลักษณะสถาปัตยกรรม  การอยู่ร่วมกันกลมกลืนของ ศาสนา นักรบ และ ประชาชน
  • อาคารพักอาศัยของ Bulgaria และ Nepal เป็น “กล่อง” เหมือนๆกัน แต่ทางยุโรปมีผังเมืองเป็น Grid มากกว่าและสร้างเสร็จทีเดียวเลย  ส่วนทาง Nepal นั้นจะค่อยๆสร้างไปเรื่อยๆตามทรัพย์ที่หามาได้  Nepal จะสร้างอาคารชั้นล่างขึ้นมาก่อน แล้วก็เข้าไปอยู่   มีเงินก็ต่อเป็นบ้าน 2 ชั้น มีเงินอีกก็เพิ่มชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ   ฐานรากไม่มีปัญหาเพราะดินเทือกเขาภูเขาหิมาลัยแข็งแกร่งมาก
  • ภาพวาดทางศาสนาของ Bulgaria และ Nepal ไม่อลังการมากเหมือนกับภาพของประเทศอื่นๆ แต่สามารถรู้สึกได้ว่า ศาสนา และ ประชาชน ยืนอยู่เคียงคู่กันด้วยศรัทธา  ไม่แบ่งวรรณะ
  • เทือกเขาบอลข่านของ Bulgaria (ภาพบน)   เทียบกับเทือกเขาหิมาลัย Nepal (ภาพล่าง) ทั้งสองล้วนเป็นเทือกเขายิ่งใหญ่ของประเทศและของทวีป เป็นแหล่งต้นน้ำทั้งคู่ มองด้านความงามนั้น ยอมรับว่าหิมาลัยกินขาด แต่ความสมบูรณ์ทางธัญญาหารนั้น  บอลข่านสมบูรณ์มากกว่า 

สัตว์จรจัดของทั้งสองประเทศ  Bulgaria = หมา

Nepal = ลิง   เป็นมิตร น่ารักน่าเล่น พอกัน

กองฟางที่ไหนในโลกก็เหมือนกัน ก่อเป็นกองแล้วมีไม้แกนเสียบ   ต่างกันอยู่แค่สถานที่เท่านั้น

  • วัด Rila Bulgaria และ บักตาปู Nepal ทั้งสองแห่งขึ้นทะเบียนมรดกโลก UNESCO ทั้งสองประเทศ มีมรดกโลกมากมาย  ส่วนใหญ่ชุมชนยังใช้งานในชีวิตประจำวันอยู่ต่อกันหลายร้อยปี  ถ้าเป็นวัด ก็ยังมีการทำบุญมีการเทศน์อยู่ หากเป็นจัตุรัส ประชาชนก็ยังมาพักผ่อนอยู่ร่วม  ค้าขาย
  • มุขเด็จ องค์ประกอบสถาปัตยกรรมที่สำคัญ เป็นสถานที่สำคัญที่บุคคลสำคัญจะออกมายืน    ด้านหนึ่งเป็น Monastery ของ Bulgaria  อีกภาพหนึ่งเป็นสถานที่ “กุมารี ศากยะ” ของเนปาล จะออกมาโบกมือกับประชาชน ทั้งสองอาคารทำด้วยไม้สวยงามมาก ทั้งรายละเอียด และ สัดส่วน
  • ตามจัตุรัสหรือสถานที่สำคัญต่างๆ ทั้ง Bulgaria และ Nepal   จะมีเสาสูงที่มีรูปปั้นสำคัญอยู่ที่ยอดเสา ลองพยายามซูมกล้องขยายดูรายละเอียด ปรากฏว่ารายละเอียดนั้นยอดเยี่ยมมากจริงๆ
  • ดอกไม้ที่ไหนก็สวยทั้งนั้น ปัจจัยอยู่ที่ความสมบูรณ์และสิ่งแวดล้อม    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฤดูกาล ที่ Bulgaria สวนดอกไม้ตั้งใจจัดเป็นระเบียบแบบยุโรป แต่ Nepal เป็นสวนแบบเอเชียทั่วไป
  • สองภาพนี้ไม่เกี่ยวกัน... แต่ชอบเป็นส่วนตัว ซ้ายเป็นร้านอาหารข้างทางใน Bulgaria แต่งด้วยวัสดุท้องถิ่น สบายๆ แต่ใช้สีแดงเข้ามาใส่แบบไม่กลัว   ส่วนภาพทางขวาเป็นภาพชาวบ้านภูเขาที่ Nepal ที่แบกพืชผลการเกษตรลงภูเขาตอนเช้าไปขาย  มองไปเห็นเทือกเขา     ทะเลสาบสวย
  • ชนชั้นแรงงานของทั้ง Bulgaria และ Nepal ก็ไม่ต่างอะไรกับประเทศที่ยังไม่ถูกครอบงำด้วยระบบทุนนิยมอย่างสมบูรณ์ คือจะทำงานหนัก เงียบๆ ไม่ตะโกนโหวกเหวก หน้าตาดุๆ แต่พอเข้าไปคุยด้วย ยิ้มแย้มและใจดีทุกคน   (ซ้ายเป็นภาพกิจกรรมที่น่าสนใจ เป็นรถเก็บขยะของบัลแกเรีย เป็นกึ่งอัตโนมัติ มีขาจับถังขยะ มีสายรัดถัง ยกขึ้น แล้ว กระดกเทลงไปที่หลังรถ สะดวกดี แต่ถังขยะต้องมีขนาดเท่ากันเท่านั้น  คนเก็บขยะเขาภูมิใจรถคันนี้มาก)
  • ร้าน(แผง)ขายของที่ระลึกตามสถานที่ท่องเที่ยวของ Bulgaria และ Nepal และ Siam  ดูจะเหมือนๆกันไปหมด เป็นร้านเล็กๆ วางแผงออกมานอกร้าน   พยายามวางสินค้าทุกอย่างโชว์ให้ได้ ราคาทุกอย่างต่อรองได้ อยากได้อะไร.. ถ้าร้านไม่มีขาย   จะวิ่งไปหาที่ร้านอื่นมาให้โดยทันที
ภาพประทับใจที่ NEPAL
  • ทะเลหมอกที่เทือกเขาหิมาลัย และยอดเขาเอฟเวอร์เรส ค่อยๆมองไปแล้วก็ถามตัวเอง ว่า ทำไมมนุษย์จึงอยากจะไปชนะธรรมชาติกันหนักหนาหนอ   หากเพียงรู้และเข้าใจก็น่าจะพอแล้ว ตอนนี้มีขยะจากมนุษย์เต็มไปหมดตามทางขึ้นสู่ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก
  • SKY LINE เส้นขอบฟ้าอาคารมรดกโลกยามสนธยา ให้รู้สึกได้ถึงสถาปนิกโบราณที่คิดออกแบบครบทุกด้าน ทั้งประโยชน์ใช้สอย ทั้งรายละเอียดสวยงามเมือมีแสงกลางวัน และ สร้าง Mass และ Line งดงาม สร้างจินตนาการกระจาย     ยามสนธยาโพล้เพล้

ภาพประทับใจที่ BULGARIA


  • ภาพประทับที่ 1 ตึกเขียวอี๋ ปลูกต้นไม้คลุมตึก เป็นฉนวนหน้าร้อน หน้าหนาวไม้แห้งก็จะกลายเป็นฉนวนกันความหนาวเย็นได้อีก ไม่เปลือง Air และ Heater   งามด้วยภูมิปัญญา
Art and Culture Tour.Co.,Ltd
496 Soi 20 Tesabalnimitrnua Road Ladyao Jatujak Bangkok 10900 Thailand  Travel Permit License No.: 11/4951
    Tel: 0-2953-9491-3, 0-2954-2893  Fax: 0-2954-3518, E-mail:mail@art-tour.net