ภูฎานได้ชื่อว่าเป็นเมืองบนฟ้าที่ซ่อนเร้นความงดงามแห่งธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมเฉพาะแบบไว้ในทิวเขาที่ล้อมรอบกางกั้น | |||||||||||||||
กำหนดการเดินทาง: |
|||||||||||||||
| Day-1 | กรุงเทพฯ พาโร - ปูนาคา | ||||||||||||||
| 05:00 | พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข# 10 (Entrance#10) เคาน์เตอร์ # W สายการบินดรุกแอร์ (Druk Air) | ||||||||||||||
| 06:50 | เที่ยวบินที่ KB131 นำคณะออกเดินทางสู่พาโร (Paro) [4:20 ชม.] (เครื่องอาจจะแวะเมืองในประเทศอินเดีย แล้วแต่เที่ยวบิน) |
||||||||||||||
| 09:10 | ถึงพาโร (Paro) หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำชม พาโรซอง (Paro Dzong) ซึ่งสร้างในปี คศ.1646 ใช้เป็นที่มั่นป้องกันศัตรูมากว่า 250 ปี ถูกไฟไหม้ในปี คศ.1907 และถูกสร้างเป็นโบสถ์หลังไฟไหม้ด้วยไม้ขนาดใหญ่เข้าลิ้น (ไม่มีตะปูแม้แต่ตัวเดียว) ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการบริการกิจการสงฆ์ของเมืองพาโร มีพระสงฆ์จำวัดประมาณ 200 องค์ ชมความงามของตัวอาคารโดยเฉพาะไม้ที่งดงามไปด้วยสีสันและการแกะสลัก |
||||||||||||||
| เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง |
||||||||||||||
| บ่าย | นำชมเมืองพาโร (Paro) ที่ตั้งอยู่เหนือเทือกเขาหิมาลัย ด้วยความสูง 7,000 ฟิต เดินชมตัวเมืองซึ่งได้ถูกไฟไหม้หลายครั้ง ตัวเมืองปัจจุบันสร้างในปี คศ.1985 บ้านเรือนสร้างแบบพื้นเมืองมีความสูง 2-3 ชั้น ส่วนใหญ่เป็นซีเมนต์เพื่อป้องกันไฟไหม้ ตกแต่งตัวอาคารด้วยสีสรรและลวดลายงดงามแปลกตาไปทั้งเมืองซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้า พาท่านไปช้อปปิ้งบนถนนสายหลักสายสั้นๆ สายเดียวของเมืองพาโร ให้ท่านได้สำรวจดูสิ้นค้าต่างๆซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าพื้นเมือง ถ้าชอบก็ซื้อได้เลยเพราะของแต่ละอย่างมีไม่มาก เนื่องจากเป็นงานหัตถกรรม แต่ละชิ้นจึงมีความงามเฉพาะไม่ซ้ำกัน เดินทางต่อไปยังเมืองทิมปู [80 กม., 1.5 ชม.] ท่านจะเพลิดเพลินกับทิวทัศน์สองข้างทางของถนนที่ลัดเลาะไปตามแนวเขา มีลำธารไหลขนาบข้างไปตลอดทาง ท่านจะได้รับอากาศบริสุทธิ์สัมผัสกับน้ำเย็นฉ่ำที่มาจากเทือกเขาหิมาลัย เมื่อถึงจุดที่แม่น้ำพาโรและแม่น้ำทิมปูมาตัดกัน ท่านจะได้ชมเจดีย์หลายทรงหลายสมัยสร้างอุทิศให้เทพเจ้าต่างๆ ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ถึงเมืองทิมปูแล้วนำท่านเข้าสู่ที่พัก |
||||||||||||||
| ค่ำ | รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรม | ||||||||||||||
| ที่พัก: | Jumolhari (Thimphu) หรือเทียบเท่า 4* [ http://www.hoteljumolhari.com/ ] |
||||||||||||||
|
|||||||||||||||
| Day-2 | ทิมปู-วังดี-ปูนาคา-ทิมปู |
||||||||||||||
| เช้า | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม |
||||||||||||||
| นำคณะออกเดินทางสู่เมืองวังดี (Wangdi Phodrang) [80 กม., 2:45 ชม.] ผ่านทิวเขาและป่าไม้ที่งดงาม ประกอบกับอากาศเย็นสบายจะทำให้ท่านหลุดออกจากความสับสนวุ่นวายในชีวิตประจำวันของเรา เราจะหยุดพักที่ดอร์ชูล่า (Dorchula)จุดที่สูงสุดของเส้นทางที่เราผ่านระดับความสูง 2,74 3 เมตร และชมยอดเขาทางทิศเหนือ ถ้าท้องฟ้าแจ่มใสเราจะมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยฝั่งตะวันออก มีหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดเวลา |
|||||||||||||||
| เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง |
||||||||||||||
| บ่าย | ออกเดินทางต่อไปปูนาคา (Phunaka) [22 กม., 30 นาที] ถึงปูนาคา เยี่ยมชมปราสาทปูนาคาซอง (Punaka Dzong) ซึ่งตั้งอยู่ตรงบริเวณที่แม่น้ำ 2 สายมาบรรจบกัน ท่านจะได้เข้าไปชมภายในซอง ซึ่งแบ่งเป็นส่วนต่างๆด้วยศิลปะที่งดงามเฉพาะตัว เราจะได้เห็นเณรจำนวนมากที่กำลังศึกษาพระธรรม บางส่วนเป็นห้องบูชามีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ปูนาคาซองนี้สร้างในปี ค.ศ.1837 แต่ได้รับความเสียหายในเวลาต่อมาเนื่องจากไฟไหม้ และน้ำในแม่น้ำไหลเอ่อขึ้นมาท่วม ปัจจุบันได้ซ่อมแซมให้สมบูรณ์กว่าเดิม ที่ปูนาคานี้ในหน้าหนาวอากาศจะอุ่นกว่าที่อื่น สมเด็จพระสังฆราชของภูฎานจึงเสด็จมาประทับที่นี่ในหน้าหนาวด้วย จึงถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงของภูฎานในหน้าหนาวได้เวลาสมควรแล้วเดินทางกลับเมืองทิมปู [100 กม., 3:00 ชม.] |
||||||||||||||
| ค่ำ | รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารพื้นเมือง |
||||||||||||||
| ที่พัก | Jumolhari (Thimphu) หรือเทียบเท่า http://www.hoteljumolhari.com/ |
||||||||||||||
|
|||||||||||||||
| Day-3 | ทิมปู |
||||||||||||||
| 06:30 | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม |
||||||||||||||
| นำชมทิมปูซอง (Thimpu Dzong) ซึ่งเป็นวัด (ซอง) หลักและใหญ่ที่สุดของภูฎาน เทียบได้กับวัดพระแก้วของเรา ซองไม่ใช่เป็นเพียงศาสนสถานเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ทำการของรัฐบาล และองค์ประมุขจึงเป็นศูนย์กลางแห่งการบริหารราชอาณาจักร เป็นเสมือนหัวใจที่รวมแห่งจิตวิญญาณของภูฎานทั้งหมด สถานที่แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์สุด โดยปกติจะอนุญาตให้เข้าชมได้เฉพาะผู้ที่เสื่อมใสในพุทธศาสนา และเข้าใจวัฒนธรรมประเพณีอันงดงามแห่งชาวภูฎานเท่านั้น เราได้รับอนุญาตเป็นกรณีเพื่อเข้าไปจุดดวงประทีป อันเป็นสิ่งที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และเป็นศิริมงคลที่สุด ภายในส่วนที่สำคัญที่สุดของซอง นอกจากนั้นเราจะได้ชมสถาปัตยกรรมที่งดงามและมีเอกลักษณ์ของภูฎานอีกด้วย (หมายเหตุ:การจุดดวงประทีปในทิมปูซอง ขึ้นอยู่กับช่วงที่เดินทางด้วย เนื่องจากบางช่วงพระประจำวัดจะไปจำวัดที่อื่น)นำชมMemorial Chorten สถูปสีขาวยอดสีทองความสูง 200 เมตร ที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลสร้างในปี คศ.1974 สร้างขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงกษัตริย์องค์ที่ 3 (King Jigme Dorji Wangchuck) | |||||||||||||||
| เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในโรงแรม |
||||||||||||||
| บ่าย | นำชมพิพพิธภัณฑ์พื้นบ้านภูฎาน Bhutan Village Museum ซึ่งใช้บ้านเก่าจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ ในชีวิตประจำวันของคนภูฎานแล้วแวะชมและเลือกซื้อสินค้าที่ร้านหัตถกรรมแห่งชาติของภูฎาน จากนั้นนำท่านขึ้นบนเขา เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของทิมปู มองเห็นเมืองทิมปู ทั่วทั้งเมือง ขากลับลงมาพาท่านไปสวนสัตว์ ชม ทาคิน เป็นสัตว์พิเศษ ที่มีลักษณะผสมระหว่าง แพะกับวัว เป็นสัตว์ที่มีเฉพาะในภูฎานเท่านั้น ถือเป็นสัตว์ประจำชาติของภูฎาน (National Animal of Bhutan) อิสระเดินเล่นบนถนนสายหลักของประเทศภูฎาน |
||||||||||||||
| ค่ำ | รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารพื้นเมือง |
||||||||||||||
| ที่พัก: | Jumolhari (Thimphu) หรือเทียบเท่า http://www.hoteljumolhari.com/ |
||||||||||||||
|
|||||||||||||||
| Day-4 | ทิมปู พาโร |
||||||||||||||
| ้ช้า | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม |
||||||||||||||
| Check-out แล้วออกเดินทางไปยังเมืองพาโร [80 กม., 1.5 ชม.] ถึงพาโรแล้ว นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ Bhutan National Museum (Ta Dzong) ซึ่งแต่เดิมเป็นหอคอยสังเกตการณ์ สร้างในปี ค.ศ. 1651 และได้เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1968 ลักษณะคล้ายวัดมากกว่า งานแสดงส่วนใหญ่เป็นงานที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา ชมภาพพระบฏ (ทังก้า) ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ก็ยังมีงานหัตถกรรมที่ใช้ประจำวัน เครื่องแต่งกาย ชุดเสื้อเกราะ สัตว์ป่าที่ถูกสต๊าฟ และแสตมป์ เป็นต้น |
|||||||||||||||
| เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคารพื้นเมือง (พาโร) |
||||||||||||||
| บ่าย | นำท่านออกนอกเมืองสู่จุดชมวิว (ไม่ได้ขึ้นไป) Taksang Dzong หรือ ที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในนาม The Tigernest วัดซึ้งตั้งอยู่บนหน้าผาสูงกว่า 3,000 เมตร ต่อจากนั้นนำท่านไปชมวัดคูชิ (Kichu Temple) ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อยู่ในพระอุปถัมภ์ของพระราชชนนี โดยท่านจะมาทำบุญและวิปัสสนาที่วัดนี้เป็นประจำภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปที่งดงาม ในรูปแบบทิเบต ชมดรุกเยลซอง (Drukgyel Dzong) ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดที่ควบคุมเส้นทางสู่ทิเบต ซองนี้สร้างขึ้นในปี 1644 เพื่อเป็นที่ระลึกในชัยชนะเหนือทิเบต ท่านจะได้ชมเส้นทางลับที่จะหลบหนีออกจากซอง เมื่อชาวทิเบตบุกเข้ามาล้อมซองไว้ และเส้นทางที่ทหารลงไปเอาน้ำมาใช้ในซอง นอกจากนั้นจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาที่เป็นช่องทางผ่านเข้าไปสู่ทิเบตอีกด้วย ได้เวลาแล้วนำท่านเข้าสู่ที่พัก |
||||||||||||||
| ค่ำ | รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรม |
||||||||||||||
| ที่พัก: | Perli Cottages (Paro) หรือเทียบเท่า |
||||||||||||||
|
|||||||||||||||
| Day-5 | พาโร กรุงเทพฯ |
||||||||||||||
| เช้า | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม แล้วเดินทางไปยังสนามบิน |
||||||||||||||
| 11:05 | ออกเดินทางโดยสายการบิน Druk Air เที่ยวที่ KB124 นำคณะเดินทางสู่ประเทศไทย [4:15 ชม.] | ||||||||||||||
| 16:20 | ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ |
||||||||||||||
|
|||||||||||||||
| Art and Culture Tour.Co.,Ltd 496 Soi 20 Tesabalnimitrnua Road Ladyao Jatujak Bangkok 10900 Thailand Travel Permit License No.: 11/4951 Tel: 0-2953-9491-3, 0-2954-2893 Fax: 0-2954-3518, e-mail:mail@art-tour.net |
|||||||||||||||