เขมร
 นครวัด-นครธม-กะบานสะเปียน-บัณฑายสรี-ทะเลสาปตนเลซับ (3 วัน)

 กำหนดการเดินทาง: 

Day-1                                                     กรุงเทพ – เสียมเรียบ-นครธม-นครวัด                  
06:30   

พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภมิ อาคารผู้โดยสารขาออกประตูทางเข้าหมายเลข 3 (Entrance 3 ) ROW  F เคาน์เตอร์สายการบิน บางกอกแอร์เวย์  

08:30 ออกเดินทางโดยสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 911 บินตรงสู่เมืองเสียมเรียบ  [1:20 ชั่วโมง]
09:30 ถึงสนามบินเสียมเรียบ  หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว  เดินทางไปชมโบราณสถานอันตระการตาต่างๆ ของเขมรโดยเริ่มจากปราสาทเล็กๆ ที่มีความสำคัญในทางสถาปัตยกรรมเป็นอย่างยิ่ง และมีชื่ออันไพเราะว่า ปราสาทปักษีจำกรง แล้วชม สะพานนาคราชซึ่งด้านหนึ่งเป็นศิลาสลักเป็นรูปเทวดากำลังฉุดนาค ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปอสูรซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 เท่าคนจริงรวมกันถึง 108 ตน เป็นสะพานที่กษัตริย์เขมรใช้เป็นทางเสด็จผ่านเข้าออกเมืองนครธมของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
นำชมประตูเมือง ที่มียอดเป็นรูปพระโพธิสัตว์หันพระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศที่วิจิตรพิศดารกว่าในประตูเมืองในประเทศต่างๆ ที่ท่านเคยพบมา
จากนั้นเราจะผ่านประตูเมืองเข้าไปสู่บริเวณ “นครธม” หรือ “พระนคร” เพื่อชมปราสาทบายน  ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอังกอร์ธมหรือนครธม เป็นสุดยอดของปราสาทเขมรในยุคเสื่อมคือ ในรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ยอดปราสาทขนาดยักษ์ทุกหลังจะแกะเป็นเทวพักตร์ 4 หน้าหันออกไปทอดพระเนตรความเป็นไปและทุกข์สุขของประชาชนทั้ง 4 ทิศ ท่านจะได้กราบนมัสการ พระชัยพุทธมหานาค ซึ่งเป็นพระพุทธรูปนาคปรกศิลาขนาดใหญ่มากและถือว่าเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งในจารึกพบที่ปราสาทพระขรรค์กล่าวว่าพระองค์ทรงสร้างพระชัยพุทธมหานาคขึ้นหลายองค์และส่งไปไว้ตามเมืองขึ้นของพระองค์ทุกเมือง อาทิ เมืองวิมายะปุระ (เมืองพิมาย-โคราช) เมืองสิงหปุระ (ปราสาทเมืองสิงห์-กาญจนบุรี) เมืองวัชรปุระ (เมืองเพชรบุรี)เป็นต้น 
เท่านั้นยังไม่พอท่านจะได้ชมภาพแกะสลักบนฝาผนังระเบียงรอบปราสาทเป็นภาพแสดงชีวิตประจำวันของชาวเขมร และภาพการสงครามระหว่างขอม (เขมรโบราณ) กับจาม (เวียตนามโบราณ) ซึ่งเปรียบเสมือนการบันทึกประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่เกรียงไกรของเขมรไว้ โดยอาศัยภาพแกะสลักเป็นสื่อ  
จากนั้นเดินทางต่อไปชม ปราสาทบาปวน  ซึ่งเป็นปราสาทรุ่นที่สร้างก่อนบายน  มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน  ต่อจากนั้นชมปราสาทพิมานอากาศ สร้างด้วยศิลาแลงซ้อนกัน 3 ชั้นแบบปิรามิด ชั้นบนสุดเป็นศิลาทรายเชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าประจำวัน กล่าวกันว่าทุกคืนก่อนพระเจ้าแผ่นดินจะทรงบรรทม  จะต้องมาสวดมนต์บูชาเทพเจ้าทุกคืน แล้วไปชม สระน้ำ ซึ่งอยู่ทางเหนือของพระราชวัง เป็นที่เจ้านายในราชสำนักใช้เป็นที่อาบน้ำ แบ่งออกเป็น 2 สระ สำหรับสระผู้ชายสระหนึ่งและสระผู้หญิงอีกสระหนึ่ง ผนังกรุด้วยศิลาแลงเป็นชั้นๆ มีน้ำเต็มตลอดปี แล้วชมลานพระเจ้าขี้เรื้อน  ซึ่งด้านหน้าและด้านหลังกับผนังทั้ง 2 ด้าน แต่งด้วยหินทรายและลายปูนปั้นเป็นเทพอัปสรและอสูรเป็นชั้นๆ เป็นภาพที่งดงามมาก นอกจากนั้นเราจะได้ชมพลับพลาหรือ ลานช้าง ลานครุฑ ซึ่งฐานของพลับพลาสร้างด้วยหินจำหลักเป็น  รูปการจับช้างและครุฑยาวประมาณ 300 เมตร เป็นสถานที่กษัตริย์นั่งทอดพระเนตรการสวนสนาม การซ้อมรบ และการเฉลิมฉลองต่างๆ การเล่นไฟพะเนียงแบบท้องสนามหลวงของไทย
เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านชมสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก ที่เปรียบเสมือนวิมานของเทพเจ้าสูงสุดที่บรรจงชะลอลงมาประดิษฐานไว้ในโลกมนุษย์ และถือว่าเป็นสถานที่สุดยอดในการเดินทางไปในครั้งนี้ นั่นคือปราสาทนครวัด ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.1650-1720 โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 โดยถวายเป็นพุทธบูชา เราจะเดินผ่านสะพานนาคราชขนาดใหญ่ ข้ามคูน้ำที่กว้างเกือบเท่าแม่น้ำเจ้าพระยารอบปราสาท  ผ่านซุ้มโคปุระ(ซุ้มประตู)ชั้นนอกสุดเข้าสู่ลานขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของบรรณาลัยศิลา ชมรูปสลักนางอัปสรลิ้น 2 แฉก องค์เดียวท่ามกลางนางอัปสรนับหมื่นองค์ ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ   การกวนเกษียรสมุทร     ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณอันศักดิ์สิทธิ์น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง  ท่านจะได้ชมภาพการยกกองทัพ ของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 โดยมีภาพกองทัพของเสียมกุก ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกเราชาวไทยปรากฏอยู่ด้วย   นอกจากนั้นท่านจะได้ชมห้องทุบอก  ซึ่งเมื่อท่านยืนเอาหลังแนบกับกำแพงภายในห้องขนาดย่อมในตัวปราสาทและทุบอกของท่านเองแม้เพียงเบาๆ อะไรจะเกิดขึ้นขอเชิญท่านไปพิสูจน์เอง และท่านจะได้ดื่มด่ำกับความงดงามของยอดปราสาททรงดอกบัวตูม 5 ยอด ซึ่งรูปลักษณะเช่นนี้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ปราสาทพิมายในประเทศไทยของเรานี่เอง เราจะใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายวันนี้ชื่นชมกับความมหัศจรรย์ของคนโบราณ ที่สร้างสรรค์สถาปัตยกรรมอันวิจิตรที่อาจเปรียบเทียบกับบุโรพุทโธของชวา และปิรามิดของอียิปต์ได้อย่างไม่น้อยหน้ากัน จนท่านอาจรู้สึกว่าเข็มนาฬิกาของท่านหมุนไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน
จากนั้นเดินทางไปชมพระอาทิตย์อัสดงที่เขาพนมบาเค็ง ท่านสามารถมองเห็นวิวของปราสาทนครวัด จากเบื้องสูงเมื่อท่านมายืนอยู่บนเขาพนมบาเค็งนี้ เราจะชมตะวันที่ค่อยๆคล้อยต่ำลงจนลับสายตา จะเป็นภาพที่ประทับใจมิรู้ลืม
ค่ำ รับประทานอาคารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
ที่พัก :

Sofitel Angkor Phokeethra Golf and Spa Resort หรือเทียบเท่า (5*)    
[ http://www.sofitel.com/sofitel/fichehotel/gb/sof/3123/fiche_hotel.shtml ]

Day-2

                                                    กะบานสะเปียน-บัณฑายสรี-ตาพรหม-นาคพัน              

เช้า                

รับประทาอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางไปทางตะวันออกของนครธมแวะ ชมปราสาทกระวัน  สร้างในยุคแรกๆ  เป็นปราสาท  5 องค์ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน แม้จะเป็นปราสาทขนาดเล็ก แต่ภายในมีภาพแกะสลัก “นารายณ์เหยียบสามโลก”  ซึ่งหาชมที่ไหนไม่ได้ นอกจากนั้นยังมีภาพพระลักษมี ซึ่งงดงามสุดๆ  เดินทางต่อไป ระหว่างทางผ่านปราสาทขนาดใหญ่ตั้งบนพื้นฐานสูง “ปราสาทแปรรูป” และผ่านปราสาท “บัณฑายกุฎี” ตรงข้ามคือ “สระสรง” เป็นสระน้ำขนาดใหญ่เพื่อประกอบพิธีพระเจ้าชัยวรมันที่ 7   ต่อจากนั้นไปชมปราสาทบันทายสรี (Banteay Srei) ซึ่งสร้างตอนปลายสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมิน (พ.ศ.1510) แต่มาเสร็จเอาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ซึ่งเป็นพระราชโอรส แต่คนที่สร้างต่อจนเสร็จเป็นพราหมณ์ชื่อคุรุยัชญวราหะ ตัวปราสาทสร้างในแนวราบ เป็นปราสาทหลังเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง สร้างด้วยหินทรายสีชมพูแกะสลักภาพนูนต่ำอย่างงดงามมาก โคปุระของปราสาทบันทายสรีมีลวดลายงดงามมาก จำหลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ผ่านโคปุระชั้นนอกซึ่งมีกรอบประตูไม่ใหญ่นักเข้าไป จะเป็นทางเดินปูลาดด้วยหินทราย สองข้างทางปักด้วยเสานางเรียง ทำด้วยหินทรายเช่นกัน ห่างเป็นระยะๆ ถัดออกไปเป็นสระบารายขนาดเล็ก ซึ่งกินพื้นที่อ้อมไปถึงกลุ่มตัวปราสาทด้านใน ปราสาทบันทายสรี หรือที่ชาวเขมรเรียกว่า "บันเตย์เสรย" แปลว่า "ป้อมแห่งสตรี" หรือจะตีความว่า"ป้อมที่สวยงามก็ได้"  ศิลปะการจำหลักลายบนหินทรายที่ปราสาทบันทายสรีนี้งดงามมาก มีความปราณีตอ่อนช้อย คมบางชัดเจนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลวดลายพรรณพฤกษาและลวดลายก้านขดต่างๆ ล้วนมีความคมบางประดุจกลีบดอกกลีบใบที่สลักอยู่บนหินนั้นลอยเด่นออกมา  ส่วนรูปจำหลักที่เป็นภาพเทวดาและสัตว์ต่างๆก็มีความประณีตเป็นพิเศษ ช่างผู้สลักต้องมีความชำนาญมากที่จะแกะสลักรูปเทวดาและสัตว์ต่างๆนั้นให้นูนเด่นเกือบจะเหมือนลอยตัว ส่วนหน้าบันและทับหลังต่างๆนั้นป็นลวดลายจากเรื่องรามเกียรติ์เสียส่วนมาก มีรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ มีรูปทศกัณฑ์ชะลอเขาไกรลาศ  ส่วนรูปสลักนางอัปสรและเทวดาที่อยู่ข้างขอบประตูตามองค์ปราสาทนั้นก็สวยงามเป็นพิเศษ คือมีความเป็นมนุษย์มากกว่านางอัปสรและเทวดาสมัยอื่นๆ มีรูปร่างสมส่วนหน้าตาหมดจด อาภรณ์และเครื่องประดับมีลวดลายชัดเจน จัดได้ว่าเป็นรูปสลักนางอัปสรและเทวดาที่งดงามที่สุดในศิลปะเขมรก็ว่าได้
จากนั้นเดินทางต่อไปกะบาลสะเปียน เราจะพากันเดินทางขึ้นเขาขนาดย่อม  เส้นทางเดินไม่ลำบากมากนัก มีต้นไม้ขึ้นพอบังแดดได้  เดินไม่ไกลนักเราจะพบกับสายน้ำตก ใกล้ๆบริเวณนั้นก็เริ่มมีภาพแกะสลักของเทพอิศวรและโคนนทิ เดินต่อไปอีกหน่อยก็จะพบกับธารน้ำ เมื่อมองลงไปที่พื้น   ท่านจะตื่นตะลึงกับภาพศิวลึงค์ขนาดย่อมๆ แกะสลักเป็นแถวยาว นับจำนวนไม่ถ้วน  ธารน้ำนี้จะลดลั่นเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นที่น้ำลดระดับลงก็จะมีการแกะฐานโยนีไว้เป็นระยะ ส่วนศิวลึงก์นั้นจะมีเต็มทั้งท้องน้ำนับจำนวนไม่ถ้วน  และภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่งคือภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์  ซึ่งที่บริเวณกะบานสะเปียนนี้มีจำนวนมากถึง 7 ภาพ เกือบทุกภาพยังคงมีความสมบูรณ์ชัดเจน   การแกะสลักจะทำเหมือนที่พนมกุเลน นอกจากนั้นยังมีรูปพระศิวะทรงโคนนทิ  รูปนางอัปสร ฤาษี รูปพระคานศร์  องค์เล็กๆ ประทับอยู่ด้วย นอกเหนือจากความมหัศจรรย์ของการสลักภาพต่างๆบริเวณนี้ยังมีธรรมชาติที่งดงาม คุ้มค่ากับการเดินขึ้นไปชมเป็นอย่ายิ่ง

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย เดินทางกลับเข้าเมืองพระนคร นำชมปราสาทตาพรหม สร้างในปี พ.ศ.1729 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศถวายแด่พระราชมารดาเป็นวัดในพุทธศาสนาที่มีขนาดใหญ่โตมากกว่าสนามหลวงของไทย รวบรวมหมู่ปราสาทไว้ถึง 24 หลัง ตั้งอยู่กลางป่าและมีแมกไม้ขึ้นปกคลุม บางแห่งก็เป็นรากไม้ขนาดมหึมาที่โอบอุ้มตัวเทวะสถานไว้อย่างน่ามหัศจรรย์ จากนั้น นำชม ปราสาทนาคพัน มีลักษณะเป็นเกาะเล็กๆตั้งอยู่กลางบาราย(ทะเลสาป) ทำฐานเป็นรูปนาคขนดพันลำตัวเวียนขึ้นเป็นชั้นซ้อนกันแทนขั้นบันได ซึ่งเป็นที่มาของชื่อปราสาทที่เรียกว่านาคพัน องค์ปราสาทด้านนอกแกะสลักภาพพระโพธิสัตว์ขนาดใหญ่อย่างงดงาม รอบสระบารายทำซุ้มศิลาเป็นเสมือนประตูน้ำที่จะไขน้ำไปสู่ทิศต่างๆได้ โดยน้ำนั้นจะไหลผ่านศิลาสลักทั้งหลัง   จากนั้นเดินทางกลับที่พัก
ค่ำ รับประทาอาคารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
ที่พัก:

 Sofitel Angkor Phokeethra Golf and Spa Resort หรือเทียบเท่า (5*)   [ http://www.sofitel.com/sofitel/fichehotel/gb/sof/3123/fiche_hotel.shtml ]

Day-3

                                                    ทะเลสาบตนเลซับ - พระขรรค์ – กรุงเทพฯ      

06:30

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

  ออกจากโรงแรมไป ทะเลสาบตนเลซับ  ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเซียตะวันตกเฉียงใต้  ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีปลาน้ำจืดมากที่สุดในโลก เมื่อได้เห็นทะเลสาบแห่งนี้แล้วเราจะเข้าใจได้ทันที่ว่า เพราะเหตุใดอาณาจักรขอมจึงเป็นแหล่งอารยะธรรมที่รุ่งเรืองมาแต่อดีต เราจะมีโอกาสได้ล่องเรือในทะเลสาบ  ชมชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเรือและแพ  ดำรงชีวิตด้วยอาชีพประมง    ต่อจากนั้นเดินทางไปยังตำบลโลเรย เพื่อชมกลุ่มโบราณสถานเก่าแก่ยุคต้นของเขมรในเมืองเก่าหริหราลัยอันได้แก่ปราสาทพระโคที่สร้างในปี พ.ศ.1422 มีรูปสลักเทพเจ้ารวมทั้งรูปวัวหมอบขนาดเท่าจริง ซึ่งถือว่าเป็นพาหนะของพระอิศวรตั้งอยู่ ณ สถานที่จริง ชมปราสาทบากอง สร้างในปี พ.ศ.1424 ตั้งอยู่บนฐานเป็นชั้นสูง 5 ชั้น เมื่อขึ้นไปบนยอดปราสาทท่านจะได้ชมวิวโดยรอบได้อย่างงดงาม ท่านจะตะลึงในความงามของแสงแดดอ่อนๆยามเช้าที่ทาบลงไปบนศิลาทรายสีชมพูที่ได้รับการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง จนยากที่จะเชื่อว่าเป็นผลงานของมนุษย์เมื่อพันกว่าปีมาแล้วที่มีเพียงมือเปล่ากับเครื่องมือ 2-3 ชิ้นเท่านั้น จากนั้นชมปราสาทโลเรย ที่มาของชื่อตำบล มีความงดงามไม่แพ้ปราสาทพระโคแต่ย่อมกว่าเท่านั้นและตั้งอยู่กลางสระบารายอินทรฏตากะ
เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย ปราสาทพระขรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของจารึกล้ำค่าที่เป็นกุญแจไปสู่ประวัติศาสตร์เขมร สร้างโดย  พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในปี พ.ศ.1734 ตั้งอยู่กลางป่ารกที่มีเถาวัลย์พันไปมาอย่างงดงาม ตามรายทางเข้าสู่ปราสาทเป็นเสานางเรียงศิลาสลักงดงามกว่าที่ปราสาทพนมรุ้งเป็นอย่างมาก และภายในอาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ของปราสาทก็จะมีที่ตั้งพลับพลาที่ประทับของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งทรงใช้เป็นที่ประทับชั่วคราวระหว่างการก่อสร้างเมืองพระนครหลวงที่ถูกทำลายไปโดยพวกจามในปี พ.ศ 1714 ด้วย  แล้วเดินทางไปชมปราสาทแม่บุญตะวันตก อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองพระนคร โดยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 (พ.ศ.1544) โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเป็นเทวะสถานในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวะนิกาย ในศิลปะแบบบาปวน (พ.ศ.1560-1630) ปราสาทแม่บุญตะวันตกนี้สร้างอยู่บนเกาะกลางบารายตะวันตก(ต้องนั่งเรือข้ามไป)มีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ด้านทิศตะวันออกมีโคปุระ ว่ากันว่าภายในโคปุระนี้ ก่อนถึงตัวปราสาท พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ให้ขุดสระขนาดใหญ่กรุด้วยศิลาแลงถึงก้นสระ และที่สระน้ำนี้เอง จิวต้ากวนฑูตจีนที่เข้ามาเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับอาณาจักรขอม และได้บันทึกไว้ว่ามีรูปพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ขนาดใหญ่กว่าคนจริงสองเท่า หล่อด้วยสำริดบรรทมอยู่บนแท่นหินกลางสระน้ำ และตรงพระนาภีของรูปพระนารายณ์มีน้ำพุพุ่งออกมา (รูปหล่อพระนารายณ์บรรทมสินธุนี้ปัจจุบันเหลือเพียงครึ่งองค์ หมวกบนพระเศียรไม่มี พระกรทั้งสี่ไม่ครบ พระหัตถ์ชำรุดมาก ถูกเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ) ปัจจุบันตัวปราสาทอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาก โคปุระด้านอื่นๆถูกน้ำในบารายกัดเซาะพังลงหมดแล้ว ตัวเกาะในปัจจุบันถูกน้ำกัดกร่อนเหลือเพียงพื้นที่เล็กน้อยไม่กี่ร้อยตารางเมตรเท่านั้น ซึ่งถ้าไม่มีการสร้างเขื่อนกันดินพัง ในอนาคตก็คงไม่เหลืออะไรเลย เราจะจบรายการที่ตรงนี้
เย็น รับประทาอาคารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
แล้วเดินทางไปสนามบิน
20:15

ออกเดินทางโดยสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่  PG 910    [0:55 ชั่วโมง]   สู่กรุงเทพฯ

20:15 ถึงสนามบินสุวรรณภมิ โดยสวัสดิภาพ
สอบถามราคา
                                พักห้องคู่     ท่านละ            19,900   บาท
ราคานี้รวม 

    1.ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด ตลอดการเดินทาง
    2.ค่าพาหนะตลอดการเดินทาง
    ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง3.
    4.ค่าวีซ่าและค่าบริการจัดทำวีซ่า
    5.ค่าโรงแรมที่พักห้องแบบมาตรฐาน
    6.ค่าอาหารจำนวนมื้อตามที่ระบุในรายการ
    7.ค่าประกันภัยจากอุบัติเหตุ
    7.1 การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ท่านละ 400,000 บาท
    7.2 การรักษาพยาบาล ท่านละ 100,000 บาท


ราคานี้ไม่รวม 
1.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องดื่ม ค่าซักรีด
2.ค่าน้ำหนักกระเป๋าที่เกิน  20 กิโลกรัม (การเดินทางโดยเครื่องบิน)
3.ค่านำกล้องถ่ายรูปและกล้องวีดีโอเข้าไปในสถานที่บางแห่ง
4.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
5.ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น

เอกสารการขอวีซ่า
1.หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า  6 เดือนนับจากวันเดินทาง
2. รูปถ่ายสี 2 นิ้ว จำนวน  3 รูป
3.สำเนาทะเบียนบ้าน,สำเนาบัตรประชาชน


การชำระเงิน
1.ชำระเงิน ค่ามัดจำ ท่านละ  .................. บาท  
2.ชำระเงินส่วนที่เหลือ  30 วัน ก่อนการเดินทาง              
 
การจองทัวร์   บริษัทท่องศิลปะและวัฒนธรรมจำกัด
1.แจ้งทางโทรศัพท์ที่ 0-2953-9491-3, 0-2954-2893
2.กรอกใบจอง แจ้งทาง fax : 0-2954-3518

3.แจ้งทาง e-mail : mail@art-tour.net
3.การจองมีผลเมื่อชำระเงินมัดจำ

วิธีการชำระเงิน เงินสด
1.เงินสด หรือ เช็คโดยแจ้งให้เจ้าหน้าที่บริษัทฯเข้ารับ
2.เช็ค
  -ไม่รับเช็คต่างจังหวัด
  -.ชื่อในการสั่งจ่ายสอบถามจากเจ้าหน้าที่บริษัทฯ

3. โอนเงินสดผ่านธนาคาร
     3.1 BBL, SCB, Kbank, KTB, TMB, BAY
     3.2 เลขที่บัญชีติดต่อขอได้จากบริษัทฯ
    3.3 แฟกซ์ slip กลับมาที่ 0-2954-3518

การเปลี่ยนแปลงรายการ
  • การเดินทางอาจมีปัญหาเฉพาะหน้าขึ้น ผู้บริการขอสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขสับเปลี่ยนรายการตามความจำเป็นและเหมาะสม แต่จะรักษาผลประโยชน์ของท่านตามสิทธิ์ที่มีและจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบก่อนทุกครั้ง
  • Art and Culture Tour.Co.,Ltd
    496 Soi 20 Tesabalnimitrnua Road Ladyao Jatujak Bangkok 10900 Thailand  Travel Permit License No.: 11/4951
       Tel: 0-2953-9491-3, 0-2954-2893  Fax: 0-2954-3518, e-mail:mail@art-tour.net