เขมร | |||||||||||||||
กำหนดการเดินทาง: |
|||||||||||||||
| Day-1 | กรุงเทพ เสียมเรียบ-นครธม-นครวัด | ||||||||||||||
| 06:30 | พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภมิ อาคารผู้โดยสารขาออกประตูทางเข้าหมายเลข 3 (Entrance 3 ) ROW F เคาน์เตอร์สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ | ||||||||||||||
| 08:30 | ออกเดินทางโดยสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 911 บินตรงสู่เมืองเสียมเรียบ [1:20 ชั่วโมง] | ||||||||||||||
| 09:30 | ถึงสนามบินเสียมเรียบ หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว เดินทางไปชมโบราณสถานอันตระการตาต่างๆ ของเขมรโดยเริ่มจากปราสาทเล็กๆ ที่มีความสำคัญในทางสถาปัตยกรรมเป็นอย่างยิ่ง และมีชื่ออันไพเราะว่า ปราสาทปักษีจำกรง แล้วชม สะพานนาคราชซึ่งด้านหนึ่งเป็นศิลาสลักเป็นรูปเทวดากำลังฉุดนาค ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปอสูรซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 เท่าคนจริงรวมกันถึง 108 ตน เป็นสะพานที่กษัตริย์เขมรใช้เป็นทางเสด็จผ่านเข้าออกเมืองนครธมของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นำชมประตูเมือง ที่มียอดเป็นรูปพระโพธิสัตว์หันพระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศที่วิจิตรพิศดารกว่าในประตูเมืองในประเทศต่างๆ ที่ท่านเคยพบมา จากนั้นเราจะผ่านประตูเมืองเข้าไปสู่บริเวณ นครธม หรือ พระนคร เพื่อชมปราสาทบายน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอังกอร์ธมหรือนครธม เป็นสุดยอดของปราสาทเขมรในยุคเสื่อมคือ ในรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ยอดปราสาทขนาดยักษ์ทุกหลังจะแกะเป็นเทวพักตร์ 4 หน้าหันออกไปทอดพระเนตรความเป็นไปและทุกข์สุขของประชาชนทั้ง 4 ทิศ ท่านจะได้กราบนมัสการ พระชัยพุทธมหานาค ซึ่งเป็นพระพุทธรูปนาคปรกศิลาขนาดใหญ่มากและถือว่าเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งในจารึกพบที่ปราสาทพระขรรค์กล่าวว่าพระองค์ทรงสร้างพระชัยพุทธมหานาคขึ้นหลายองค์และส่งไปไว้ตามเมืองขึ้นของพระองค์ทุกเมือง อาทิ เมืองวิมายะปุระ (เมืองพิมาย-โคราช) เมืองสิงหปุระ (ปราสาทเมืองสิงห์-กาญจนบุรี) เมืองวัชรปุระ (เมืองเพชรบุรี)เป็นต้น เท่านั้นยังไม่พอท่านจะได้ชมภาพแกะสลักบนฝาผนังระเบียงรอบปราสาทเป็นภาพแสดงชีวิตประจำวันของชาวเขมร และภาพการสงครามระหว่างขอม (เขมรโบราณ) กับจาม (เวียตนามโบราณ) ซึ่งเปรียบเสมือนการบันทึกประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่เกรียงไกรของเขมรไว้ โดยอาศัยภาพแกะสลักเป็นสื่อ จากนั้นเดินทางต่อไปชม ปราสาทบาปวน ซึ่งเป็นปราสาทรุ่นที่สร้างก่อนบายน มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน ต่อจากนั้นชมปราสาทพิมานอากาศ สร้างด้วยศิลาแลงซ้อนกัน 3 ชั้นแบบปิรามิด ชั้นบนสุดเป็นศิลาทรายเชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าประจำวัน กล่าวกันว่าทุกคืนก่อนพระเจ้าแผ่นดินจะทรงบรรทม จะต้องมาสวดมนต์บูชาเทพเจ้าทุกคืน แล้วไปชม สระน้ำ ซึ่งอยู่ทางเหนือของพระราชวัง เป็นที่เจ้านายในราชสำนักใช้เป็นที่อาบน้ำ แบ่งออกเป็น 2 สระ สำหรับสระผู้ชายสระหนึ่งและสระผู้หญิงอีกสระหนึ่ง ผนังกรุด้วยศิลาแลงเป็นชั้นๆ มีน้ำเต็มตลอดปี แล้วชมลานพระเจ้าขี้เรื้อน ซึ่งด้านหน้าและด้านหลังกับผนังทั้ง 2 ด้าน แต่งด้วยหินทรายและลายปูนปั้นเป็นเทพอัปสรและอสูรเป็นชั้นๆ เป็นภาพที่งดงามมาก นอกจากนั้นเราจะได้ชมพลับพลาหรือ ลานช้าง ลานครุฑ ซึ่งฐานของพลับพลาสร้างด้วยหินจำหลักเป็น รูปการจับช้างและครุฑยาวประมาณ 300 เมตร เป็นสถานที่กษัตริย์นั่งทอดพระเนตรการสวนสนาม การซ้อมรบ และการเฉลิมฉลองต่างๆ การเล่นไฟพะเนียงแบบท้องสนามหลวงของไทย | ||||||||||||||
| เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
||||||||||||||
| บ่าย | นำท่านชมสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก ที่เปรียบเสมือนวิมานของเทพเจ้าสูงสุดที่บรรจงชะลอลงมาประดิษฐานไว้ในโลกมนุษย์ และถือว่าเป็นสถานที่สุดยอดในการเดินทางไปในครั้งนี้ นั่นคือปราสาทนครวัด ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.1650-1720 โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 โดยถวายเป็นพุทธบูชา เราจะเดินผ่านสะพานนาคราชขนาดใหญ่ ข้ามคูน้ำที่กว้างเกือบเท่าแม่น้ำเจ้าพระยารอบปราสาท ผ่านซุ้มโคปุระ(ซุ้มประตู)ชั้นนอกสุดเข้าสู่ลานขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของบรรณาลัยศิลา ชมรูปสลักนางอัปสรลิ้น 2 แฉก องค์เดียวท่ามกลางนางอัปสรนับหมื่นองค์ ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ การกวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณอันศักดิ์สิทธิ์น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ท่านจะได้ชมภาพการยกกองทัพ ของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 โดยมีภาพกองทัพของเสียมกุก ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกเราชาวไทยปรากฏอยู่ด้วย นอกจากนั้นท่านจะได้ชมห้องทุบอก ซึ่งเมื่อท่านยืนเอาหลังแนบกับกำแพงภายในห้องขนาดย่อมในตัวปราสาทและทุบอกของท่านเองแม้เพียงเบาๆ อะไรจะเกิดขึ้นขอเชิญท่านไปพิสูจน์เอง และท่านจะได้ดื่มด่ำกับความงดงามของยอดปราสาททรงดอกบัวตูม 5 ยอด ซึ่งรูปลักษณะเช่นนี้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ปราสาทพิมายในประเทศไทยของเรานี่เอง เราจะใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายวันนี้ชื่นชมกับความมหัศจรรย์ของคนโบราณ ที่สร้างสรรค์สถาปัตยกรรมอันวิจิตรที่อาจเปรียบเทียบกับบุโรพุทโธของชวา และปิรามิดของอียิปต์ได้อย่างไม่น้อยหน้ากัน จนท่านอาจรู้สึกว่าเข็มนาฬิกาของท่านหมุนไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน จากนั้นเดินทางไปชมพระอาทิตย์อัสดงที่เขาพนมบาเค็ง ท่านสามารถมองเห็นวิวของปราสาทนครวัด จากเบื้องสูงเมื่อท่านมายืนอยู่บนเขาพนมบาเค็งนี้ เราจะชมตะวันที่ค่อยๆคล้อยต่ำลงจนลับสายตา จะเป็นภาพที่ประทับใจมิรู้ลืม | ||||||||||||||
| ค่ำ | รับประทานอาคารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง | ||||||||||||||
| ที่พัก : | Sofitel Angkor Phokeethra Golf and Spa Resort หรือเทียบเท่า (5*) | ||||||||||||||
|
|||||||||||||||
| Day-2 | กะบานสะเปียน-บัณฑายสรี-ตาพรหม-นาคพัน |
||||||||||||||
| เช้า | รับประทาอาหารเช้าในโรงแรม |
||||||||||||||
| เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
||||||||||||||
| บ่าย | เดินทางกลับเข้าเมืองพระนคร นำชมปราสาทตาพรหม สร้างในปี พ.ศ.1729 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศถวายแด่พระราชมารดาเป็นวัดในพุทธศาสนาที่มีขนาดใหญ่โตมากกว่าสนามหลวงของไทย รวบรวมหมู่ปราสาทไว้ถึง 24 หลัง ตั้งอยู่กลางป่าและมีแมกไม้ขึ้นปกคลุม บางแห่งก็เป็นรากไม้ขนาดมหึมาที่โอบอุ้มตัวเทวะสถานไว้อย่างน่ามหัศจรรย์ จากนั้น นำชม ปราสาทนาคพัน มีลักษณะเป็นเกาะเล็กๆตั้งอยู่กลางบาราย(ทะเลสาป) ทำฐานเป็นรูปนาคขนดพันลำตัวเวียนขึ้นเป็นชั้นซ้อนกันแทนขั้นบันได ซึ่งเป็นที่มาของชื่อปราสาทที่เรียกว่านาคพัน องค์ปราสาทด้านนอกแกะสลักภาพพระโพธิสัตว์ขนาดใหญ่อย่างงดงาม รอบสระบารายทำซุ้มศิลาเป็นเสมือนประตูน้ำที่จะไขน้ำไปสู่ทิศต่างๆได้ โดยน้ำนั้นจะไหลผ่านศิลาสลักทั้งหลัง จากนั้นเดินทางกลับที่พัก | ||||||||||||||
| ค่ำ | รับประทาอาคารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง | ||||||||||||||
| ที่พัก: | Sofitel Angkor Phokeethra Golf and Spa Resort หรือเทียบเท่า (5*) [ http://www.sofitel.com/sofitel/fichehotel/gb/sof/3123/fiche_hotel.shtml ] |
||||||||||||||
|
|||||||||||||||
| Day-3 | ทะเลสาบตนเลซับ - พระขรรค์ กรุงเทพฯ |
||||||||||||||
| 06:30 | รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม |
||||||||||||||
| ออกจากโรงแรมไป ทะเลสาบตนเลซับ ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเซียตะวันตกเฉียงใต้ ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีปลาน้ำจืดมากที่สุดในโลก เมื่อได้เห็นทะเลสาบแห่งนี้แล้วเราจะเข้าใจได้ทันที่ว่า เพราะเหตุใดอาณาจักรขอมจึงเป็นแหล่งอารยะธรรมที่รุ่งเรืองมาแต่อดีต เราจะมีโอกาสได้ล่องเรือในทะเลสาบ ชมชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเรือและแพ ดำรงชีวิตด้วยอาชีพประมง ต่อจากนั้นเดินทางไปยังตำบลโลเรย เพื่อชมกลุ่มโบราณสถานเก่าแก่ยุคต้นของเขมรในเมืองเก่าหริหราลัยอันได้แก่ปราสาทพระโคที่สร้างในปี พ.ศ.1422 มีรูปสลักเทพเจ้ารวมทั้งรูปวัวหมอบขนาดเท่าจริง ซึ่งถือว่าเป็นพาหนะของพระอิศวรตั้งอยู่ ณ สถานที่จริง ชมปราสาทบากอง สร้างในปี พ.ศ.1424 ตั้งอยู่บนฐานเป็นชั้นสูง 5 ชั้น เมื่อขึ้นไปบนยอดปราสาทท่านจะได้ชมวิวโดยรอบได้อย่างงดงาม ท่านจะตะลึงในความงามของแสงแดดอ่อนๆยามเช้าที่ทาบลงไปบนศิลาทรายสีชมพูที่ได้รับการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง จนยากที่จะเชื่อว่าเป็นผลงานของมนุษย์เมื่อพันกว่าปีมาแล้วที่มีเพียงมือเปล่ากับเครื่องมือ 2-3 ชิ้นเท่านั้น จากนั้นชมปราสาทโลเรย ที่มาของชื่อตำบล มีความงดงามไม่แพ้ปราสาทพระโคแต่ย่อมกว่าเท่านั้นและตั้งอยู่กลางสระบารายอินทรฏตากะ | |||||||||||||||
| เที่ยง | รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
||||||||||||||
| บ่าย | ปราสาทพระขรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของจารึกล้ำค่าที่เป็นกุญแจไปสู่ประวัติศาสตร์เขมร สร้างโดย พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในปี พ.ศ.1734 ตั้งอยู่กลางป่ารกที่มีเถาวัลย์พันไปมาอย่างงดงาม ตามรายทางเข้าสู่ปราสาทเป็นเสานางเรียงศิลาสลักงดงามกว่าที่ปราสาทพนมรุ้งเป็นอย่างมาก และภายในอาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ของปราสาทก็จะมีที่ตั้งพลับพลาที่ประทับของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งทรงใช้เป็นที่ประทับชั่วคราวระหว่างการก่อสร้างเมืองพระนครหลวงที่ถูกทำลายไปโดยพวกจามในปี พ.ศ 1714 ด้วย แล้วเดินทางไปชมปราสาทแม่บุญตะวันตก อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองพระนคร โดยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 (พ.ศ.1544) โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเป็นเทวะสถานในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวะนิกาย ในศิลปะแบบบาปวน (พ.ศ.1560-1630) ปราสาทแม่บุญตะวันตกนี้สร้างอยู่บนเกาะกลางบารายตะวันตก(ต้องนั่งเรือข้ามไป)มีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ด้านทิศตะวันออกมีโคปุระ ว่ากันว่าภายในโคปุระนี้ ก่อนถึงตัวปราสาท พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ให้ขุดสระขนาดใหญ่กรุด้วยศิลาแลงถึงก้นสระ และที่สระน้ำนี้เอง จิวต้ากวนฑูตจีนที่เข้ามาเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับอาณาจักรขอม และได้บันทึกไว้ว่ามีรูปพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ขนาดใหญ่กว่าคนจริงสองเท่า หล่อด้วยสำริดบรรทมอยู่บนแท่นหินกลางสระน้ำ และตรงพระนาภีของรูปพระนารายณ์มีน้ำพุพุ่งออกมา (รูปหล่อพระนารายณ์บรรทมสินธุนี้ปัจจุบันเหลือเพียงครึ่งองค์ หมวกบนพระเศียรไม่มี พระกรทั้งสี่ไม่ครบ พระหัตถ์ชำรุดมาก ถูกเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ) ปัจจุบันตัวปราสาทอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาก โคปุระด้านอื่นๆถูกน้ำในบารายกัดเซาะพังลงหมดแล้ว ตัวเกาะในปัจจุบันถูกน้ำกัดกร่อนเหลือเพียงพื้นที่เล็กน้อยไม่กี่ร้อยตารางเมตรเท่านั้น ซึ่งถ้าไม่มีการสร้างเขื่อนกันดินพัง ในอนาคตก็คงไม่เหลืออะไรเลย เราจะจบรายการที่ตรงนี้ | ||||||||||||||
| เย็น | รับประทาอาคารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
แล้วเดินทางไปสนามบิน | ||||||||||||||
| 20:15 | ออกเดินทางโดยสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 910 [0:55 ชั่วโมง] สู่กรุงเทพฯ |
||||||||||||||
| 20:15 | ถึงสนามบินสุวรรณภมิ โดยสวัสดิภาพ | ||||||||||||||
|
|||||||||||||||
|
|||||||||||||||
| Art and Culture Tour.Co.,Ltd 496 Soi 20 Tesabalnimitrnua Road Ladyao Jatujak Bangkok 10900 Thailand Travel Permit License No.: 11/4951 Tel: 0-2953-9491-3, 0-2954-2893 Fax: 0-2954-3518, e-mail:mail@art-tour.net |
|||||||||||||||